Web Analytics

การใช้ประโยคที่แสดงความเป็นเงื่อนไข 4 แบบ: zero, first, second, third และ mixed

การใช้ประโยคที่แสดงความเป็นเงื่อนไข 4 แบบ: zero, first, second, third และ mixed

การใช้ประโยคเพื่ออธิบายความเป็นเงื่อนไขถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน และการหยิบรูปประโยคชนิดนี้มาใช้ในการพูดคุยจะช่วยยกระดับของการสื่อสารให้ดียิ่งกว่าเดิม โดยทั่วไป รูปประโยคที่แสดงความเป็นเงื่อนไขจะมีด้วยกัน 4 แบบ เริ่มที่แบบแรกสุดคือ zero conditional และ first conditional เพื่อให้เข้าใจว่าเงื่อนไขแต่ละแบบทำงานอย่างไร ลองดูภาพรวมทั้งหมดก่อนว่าอะไรเป็นอะไรและเราจะใช้ประโยคแต่ละรูปแบบได้ตอนไหน

 

อะไรคือประโยคที่แสดงความเป็นเงื่อนไข?

ประโยคที่แสดงความเป็นเงื่อนไขจะใช้คำว่า “If” เป็นหลัก ซึ่งจะมีอยู่สองส่วนเสมอ โดยส่วนที่หนึ่งเริ่มต้นด้วย “If” เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่เป็นไปได้และส่วนที่สองซึ่งใช้อธิบายถึงผลที่ตามมา ตัวอย่างเช่น

If it rains, we’ll get wet.

เราสามารถสลับทั้งสองส่วนของประโยคแสดงความเป็นเงื่อนไขเพื่อให้ ‘if’ อยู่ด้านหลังได้ ส่วนใหญ่รูปประโยคเช่นนี้จะถูกใช้เป็นประโยคคำถาม ตัวอย่างเช่น

What will you do if you miss the train?

How can you finish the project if you don’t have a computer?

What happens if the students don’t pass an exam?

 

ประโยคแสดงความเป็นเงื่อนไขมีอยู่ด้วยกัน 4 รูปแบบ

0 – The zero conditional

1 – The first conditional

2 – The second conditional

3 – The third conditional

เราสามารถนำรูปแบบที่ 2 และรูปแบบที่ 3 มาใช้ผสมกันได้ ลองมาดูกันดีกว่าว่าแต่ละเงื่อนไขมีรูปแบบการใช้ประโยคอย่างไร

เราใช้ zero conditional เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับความจริงที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ความจริงทางวิทยาศาสตร์ และลักษณะอาการทั่วไป รูปแบบประโยคไม่มีอะไรซับซ้อน

 

 

นี่คือตัวอย่าง

If you heat water to 100°, it boils.

If you eat a lot, you put on weight.

If it doesn’t rain for a long time, the earth gets very dry.

If we go out with friends, we normally go to a restaurant.

If I’m tired, I go to bed early.

 

เราใช้เงื่อนไขแบบที่หนึ่งเพื่อเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์จริงในปัจจุบันหรืออนาคต รูปแบบประโยคของเงื่อนไขแบบที่หนึ่งคือ

นี่คือตัวอย่าง

If you’re free later, we can go for a walk.

If they’re hungry, I’ll make some sandwiches.

If you’re not back by 5pm, give me a ring.

If he studies hard, he’ll do well in the exam.

If we arrive late, we must get a taxi.

He’ll call if he needs help.

Take a break if you’re tired.

อีกวิธีที่สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างประโยคแสดงความเป็นเงื่อนไขแบบที่หนึ่งได้นั่นก็คือการนำคำว่า ‘unless’ มาใช้ ซึ่งหมายความว่า ‘only if = นอกเสียจากว่า’ หรือ ‘except = นอกเสียจาก’ คำว่า unless ไม่สามารถตามด้วย ‘will’ ได้ แต่จะต้องตามด้วย Present Simple เท่านั้น ต่างกันกับการใช้ if ตัวอย่างเช่น

Unless you hurry up, you won’t catch the bus.

I’ll carry on doing this work, unless my boss tells me to do something else.

We’ll stay at home unless the weather improves.

The Second Conditional

เราใช้ second conditional เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในปัจจุบันหรืออนาคต รูปประโยคคือ

If I had more time, I’d exercise more. (But I don’t have more time so I don’t.)

If I were rich, I’d spend all my time travelling. (But I’m not rich so I can’t.)

If she saw a snake, she’d be terrified.

If he didn’t have to work late, he could go out with his girlfriend.

What would you do if you were offered a job in Canada?

You wouldn’t have to walk everywhere if you bought a bike.

 

รูปประโยค second conditional สามารถใช้เพื่อให้คำแนะนำ โดยจะใช้  ‘If I were you, I’d..’, ‘ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะ…’ หมายความว่า ‘ถ้าฉันอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับเธอ นี่คือสิ่งที่ฉันจะทำ’ ตัวอย่างเช่น

A: I’ve got a headache.

B: If I were you, I’d take an aspirin.

A: I don’t understand this.

B: If I were you, I’d ask your teacher for help.

A: This order won’t be delivered on time.

B: If I were you, I’d phone the customer to let them know.

 

The Third Conditional

เราจะใช้ third conditional เพื่อบอกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ แบบเดียวกับ second conditional แต่เป็นในรูปอดีต เรามักจะใช้ third conditional เพื่ออธิบายสิ่งที่เรารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำ รูปประโยคคือ

นี่คือตัวอย่าง

If we had left earlier, we would have arrived on time.

If you hadn’t forgotten her birthday, she wouldn’t have been upset.

If they had booked earlier, they could have found better seats.

If I hadn’t learnt English, I wouldn’t have got this job.

What would you have studied if you hadn’t done engineering?

They wouldn’t have hired you if you hadn’t had some experience abroad.

You could have helped me if you’d stayed later.

 

Mixed Conditionals

เราสามารถรวม second conditional และ third conditional ด้วยกันในหนึ่งประโยคได้เวลาที่เราต้องการคาดเดาอะไรบางอย่างในอดีตที่มีผลกระทบถึงในปัจจุบัน ในกรณีนี้ รูปประโยคคือ

นี่คือตัวอย่าง

If you’d studied harder, you’d be at a higher level now.

We’d be lying on a beach now if we hadn’t missed the plane.

They’d have much more confidence if they hadn’t lost so many matches.

What would you be doing now if you hadn’t decided to study?

 

ตอนนี้ทุกคนคงได้เห็นแล้วว่าประโยค conditional sentence มีกี่แบบ ลองพยายามฝึกใช้ทุกครั้งที่มีโอกาสและลองสร้างประโยคตัวอย่างของตัวเองตามโครงสร้างประโยคด้านบน ถ้าฝึกบ่อยๆ การใช้ conditional sentence ก็ไม่ใช่เรื่องยาก!

   

Related posts

เรียนภาษาอังกฤษ จากหนัง Godzilla 2019 : King of Monsters

ทำเอาเหล่าสาวกสัตว์ประหลาดเป็นปลื้มกันยกใหญ่ เมื่อพี่บิ๊กอย่าง Godzilla กลับมาทวงบัลลังก์ราชันแห่งมอสเตอร์ ในครั้งนี้การต่อสู้จะดุเดือด และน่าตื่นเต้นขนาดไหน คงต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง

Read More

จะใช้คำว่า “ไม่เป็นไร” ในภาษาอังกฤษได้อย่างไรบ้าง

คำว่า “ไม่เป็นไร” เป็นคำที่เราสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายตามแต่ถานะการณ์ บางครั้งเราสามารถใช้ในการตอบรับคำขอบคุณ และบางครั้งเราใช้เพื่อยืนยันกับผู้พูดว่าตนสบายดี ไม่มีอะไรให้กังวล เพื่อให้ผู้ฟังสบายใจ

Read More

เรียนได้ทุกที่ กับ 7 แอปพลิเคชัน ฝึกภาษาอังกฤษ ที่ควรมีติดเครื่องไว้

อยากเก่งอะไรต้องหมั่นฝึกฝน ภาษาอังกฤษก็เช่นกัน แต่ถ้าใครไม่ค่อยว่างหรือไม่มีเวลานั่งเปิดตำรา ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรามี 7 แอปพลิเคชัน สอนภาษาอังกฤษ ที่จะช่วยให้คุณสามารถ...

Read More
Share via