Web Analytics

คำขยายกริยาเพื่อบอกความถี่ (Adverbs of Frequency)

คำขยายกริยาเพื่อบอกความถี่ (Adverbs of Frequency)

คำขยายกริยา  (Adverb) ถือเป็นส่วนสำคัญในภาษาอังกฤษเพราะมันเป็นสิ่งที่ช่วยบอกว่ากริยา (Verb) นั้นเกิดขึ้นอย่างไร เวลาที่เราต้องการจะอธิบายว่าการกระทำนั้นๆ เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน เราจำเป็นต้องใช้คำขยายกริยาเพื่อบอกความถี่  (Adverbs of Frequency) แต่เราจะสามารถสอนให้นักเรียนเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างไรล่ะ? ลองอ่านดูด้านล่างว่ามีเทคนิคและตัวอย่างอะไรบ้างที่สามารถนำไปใช้ได้!

อะไรคือ Adverbs of Frequency?

คำขยายกริยาชนิดนี้จะใช้เพื่ออธิบายว่าการกระทำ (Verb) นั้นๆ เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน มี Adverbs of Frequency หลักๆ อยู่ 6 ตัวในภาษาอังกฤษ ได้แก่ always – จะ, usually (หรือ normally) – บ่อยๆ (เป็นปกติ), often – บ่อยๆ, sometimes – บางครั้ง, rarely – แทบจะไม่ และ never – ไม่เคย

  • ปกติแล้ว คุณมีวิธีการอย่างไรในการนำเสนอหรือกระตุ้นให้นักเรียนเข้าใจในเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง? วิธีไหนที่คุณลองใช้แล้วแต่ไม่เวิร์คอย่างที่ต้องการ?
  • วิธีอธิบายที่ง่ายที่สุดคือการชี้ให้เห็นความแตกต่างโดยการแบ่งเป็น % อย่างในรูปด้านล่าง

 

Adverbs เหล่านี้ต่างกันในแง่เปอร์เซ็นต์ความถี่ที่เกิดขึ้น ดังที่เห็นได้ด้านล่าง

 

เราสามารถใช้ ‘seldom’ แทนการใช้ ‘rarely’ ได้ แต่มักจะไม่ค่อยมีใครใช้กันในปัจจุบัน

 

วิธีการสอนเรื่อง Adverbs of Frequency

เราพบว่า การใช้ตารางด้านบนเพื่ออธิบายให้นักเรียนได้เห็นความแตกต่างระหว่างคำนั้นมีประโยชน์มาก เพราะมันจะทำให้นักเรียนเห็นอีกด้วยว่าตำแหน่งของ Adverbs of Frequency มักจะถูกวางอยู่ระหว่าง ประธาน (Subject) และกริยา (Verb) นี่คือตัวอย่างอื่นๆ ที่เราควรจะใช้เพื่อสอนนักเรียน

  • Sara always goes out on Saturday evenings.
  • Jane’s boyfriend usually picks her up and they drive into the city centre.
  • Ben and Emma often go for lunch together.
  • In the winter Sara sometimes goes Skiing in France.
  • James and Stephen rarely go to the cinema in the summer because they prefer to stay outside.
  • As Marta is so busy she never gets home from work before 7

 

มีตัวอย่างประโยคไหนไหมที่คุณนำมาใช้แล้วรู้สึกว่านักเรียนสามารถเข้าใจได้ดีกว่าตัวอย่างที่ให้ด้านบน?

หลังจากที่นักเรียนเข้าใจเรื่องนี้แล้ว เราจะต้องอธิบายให้เห็นว่ามันยังมีข้อยกเว้นอยู่ นั่นก็คือ verb ‘to be’ เวลาที่ประโยคมี การใช้ ‘verb to be’ ‘Adverbs of Frequency’ จะต้องถูกวางไว้ด้านหลัง verb ตัวอย่างเช่น

  • There are always lots of people in the city centre on Saturday nights.
  • It’s often difficult to find a place to park.
  • But our friends are never on time so it doesn’t matter if we’re late.

 

ในภาษาอังกฤษ มีกฎหลากหลายข้อ ตัวอย่างเช่น เราสามารถนำ adverb อย่าง ‘sometimes’ และ ‘usually’ มาวางไว้ด้านหน้าของประโยคได้

  • Sometimes she does her homework with friends.
  • Usually they study on their own.

 

จะง่ายกว่าถ้ากระตุ้นให้นักเรียนทำตามกฎโดยการวาง Adverbs of Frequency ไว้ระหว่างประธาน (subject) และกริยา (verb) ทุกครั้ง แต่พยายามเตือนด้วยว่ามีข้อยกเว้น นั่นก็คือ verb to be ซึ่งไม่เหมือน verb ตัวอื่น ทำให้เราต้องวาง adverb ไว้ด้านหลัง

 

ปกติแล้วคุณมีวิธีการเช็คความเข้าใจของนักเรียนอย่างไรเวลาอธิบายเรื่องที่ซับซ้อน?

 

การสร้างเป็นประโยคคำถาม

เวลาที่ต้องการทำเป็นประโยคคำถามที่ถามเกี่ยวกับเรื่องความถี่ เรามักจะใช้ ‘How often …?’ ตัวอย่างเช่น

  • How often do you watch films?
  • How often does he play tennis?
  • How often do the trains arrive late?

 

แต่เราสามารถถามคำถามง่ายๆ โดยการใช้แค่ adverb of frequency ก็ได้ ตัวอย่างเช่น

  • Do you often come here?
  • Does she always work so hard?
  • Do they ever pay on time? (‘ever’ instead of ‘never’ for questions)

 

การใช้ Adverbs of Frequency ร่วมกับ Modal Verb และ Auxiliary Verbs

ขั้นต่อไป เราต้องเตือนนักเรียนว่า ในประโยคที่มี Modal verb (Verb ช่วยที่มีความหมายในตัวเอง) เราจะต้องวางตัว Adverb of Frequency ไว้ด้านหลัง ก่อนหน้า verb หลัก ตัวอย่างเช่น

  • You must always try your best.
  • We can usually find a seat on our train.
  • They should never be rude to customers.

 

ในกรณีของ Auxiliary verb (verb ช่วยที่ไม่มีความหมายในตัวเอง) ก็ใช้กฎแบบเดียวกัน นั่นคือวาง Adverb of Frequency ไว้ระหว่าง Auxiliary verb และ verb หลัก

  • have never visited Turkey.
  • He’s always taking things from my desk. It’s really annoying.
  • You had rarely arrived late at work until yesterday.

 

ปกติแล้ว คุณมีวิธีการอธิบายเรื่องนี้ให้กับนักเรียนอย่างไร?

 

กิจกรรมอะไรที่คุณชอบทำกับนักเรียนเพื่อให้พวกเขาสามารถฝึกเรื่องการตั้งคำถามเกี่ยวกับความถี่?

เรามักจะให้นักเรียนเขียนคำถามสองสามคำถาม จากนั้นจึงให้ทุกคนเดินรอบห้องเพื่อพูดคุยและตอบคำถามของกันและกัน นี่คือตัวอย่างของคำถาม

  1. What do you usually do on Saturday nights?
  2. How often do you see your best friend?
  3. Do you ever go to the theatre?
  4. How often do you play sport or go to the gym?
  5. Do you ever watch films or TV programmes in English?
  6. What time do you usually go to bed?
  7. How often do you eat at a restaurant?
  8. Are you sometimes late for work or school?

 

บอกกับเราหน่อยว่าปกติคุณใช้วิธีไหน และอะไรบ้างที่เวิร์ค! แบ่งปันเทคนิคและประสบการณ์ที่เจอมาได้ในส่วนคอมเม้นท์ด้านล่างนี้เลย !

 

 

Related posts

Prepositions บอกเวลาภาษาอังกฤษ

Prepositions หรือที่รู้จักกันในภาษาไทยว่าคำบุพบท เป็นคำที่ใช้เชื่อมคำนามหรือคำสรรพนามเข้าด้วยกัน หรือเพื่อใช้เชื่อมโยงกับส่วนอื่นๆของประโยค

Read More

สรุป Past Tense ภาษาอังกฤษทั้งหมด

หลายคนติดพูดภาษาอังกฤษด้วยการบอกเล่าทุกอย่างเป็น Present Tense อย่างเดียว เพราะว่าง่ายที่สุด แล้วก็เร็วดีด้วย แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสำคัญนะจ๊ะ

Read More
Share via