Web Analytics

วิธีอธิบายอาการเจ็บป่วยเป็นภาษาอังกฤษ

วิธีอธิบายอาการเจ็บป่วยเป็นภาษาอังกฤษ

อาการเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ลองคิดดูว่า ถ้ามันดันเกิดตอนที่เราไม่ได้อยู่ในประเทศตัวเองล่ะ จะลำบากขนาดไหน การอธิบายอาการเจ็บป่วยอย่างถูกต้องให้แก่คุณหมอทราบ เป็นสิ่งที่อาจชี้เป็นชี้ตายได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะการพูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยแล้ว วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่า อาการเจ็บป่วยในภาษาอังกฤษพูดแบบไหนได้บ้าง

 

1. ปวดหัว

อาการปวดหัวนั้น เรารู้ว่าต้องพูดว่า I have a headache. แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เราอาจจะต้องอธิบายมากกว่านั้นเช่น I have a severe headache. (ปวดหัวรุนแรง) I have an acute headache. (ปวดหัวเฉียบพลัน) หรือ I have chronic headaches. (ปวดหัวเรื้อรัง) นอกจากนี้ เรายังสามารถอธิบายเพิ่มได้อีกว่าปวดหัวทำให้รู้สึกอย่างไร เช่น throbbing (ปวดตุบๆ) dull (ปวดตื้อๆ) หรือ stabbing (ปวดหัวจี๊ด) headache เป็นต้น

 

2. ปวดท้อง

เรานิยมพูดว่า I have a stomach ache. เพื่อบอกว่าเราปวดท้อง แต่อาการนี้สามารถอธิบายแบบเจาะจงได้อีกว่า I have an upset stomach. หรือ I have an indigestion. (ปวดท้องแบบอาหารไม่ย่อย) หรือถ้าเป็นสาวๆ อาจมีอาการปวดประจำเดือน หรือ I have period cramps. โดยถ้าไม่แน่ใจว่าปวดท้องแบบไหน เราอาจจะชี้ตำแหน่งแล้วพูดว่า I have pain in this area. ก็ได้เช่นกัน

 

3. ปวดอื่นๆ

นอกจากปวดหัวปวดท้องแล้ว เราอาจจะมีการปวดหลัง (back pain) ปวดฟัน (toothache) เจ็บหน้าอก (chest pain) โดยวิธีที่ง่ายก็คือ ใส่ชื่ออวัยวะไว้ข้างหน้า ตามด้วยคำว่า pain จะเซฟที่สุด

 

 

4. หายใจไม่ออก

ถ้าพูดง่ายๆเลยก็คือ I can’t breathe. (ฉันหายใจไม่ออก) แต่เราสามารถพูดอีกอย่างได้ว่า I have trouble breathing. นอกจากนี้ ถ้าเราหายใจไม่สะดวก เราสามารถพูดได้ว่า I’m short of breath. โดยที่สาเหตุการหายใจไม่สะดวก อาจจะมาจากการมีน้ำมูก (I have a runny nose.) หรือรูจมูกอุดตัน (I have a stuffy nose.)

 

5. มีผื่นขึ้น

การมีผื่นขึ้นสามารถพูดได้ว่า I have a rash. ซึ่งอาจเกิดได้จากอาการแพ้ที่เรารู้ตัวอยู่แล้ว หรือแพ้จากสาเหตุอื่น ถ้าเรารู้ตัวอยู่แล้วว่าเราแพ้อะไร เราสามารถพูดได้ว่า I’m allergic to เช่น I’m allergic to nuts. (ฉันแพ้ถั่ว) ซึ่งเราสามารถอธิบายได้ว่ามีผื่นขึ้นตรงไหน เช่น I have a rash on my neck. (ผื่นขึ้นคอ) หรือถ้าเราไม่รู้ว่าแพ้อะไร เราอาจจะต้องอธิบายว่าเราไปทำอะไรมาก่อนหน้านี้ หรือโดนแมลงกัดต่อยหรือเปล่า (insect bites) เพื่อให้คุณหมอได้ข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุด

 

6. มีอาการบวมแดง

เราสามารถพูดอธิบายว่ามีอาการบวมแดงเกิดขึ้นที่ไหน เช่น My ankle is red and swollen. (ข้อเท้าของฉันบวมแดง) โดยเราสามารถอธิบายได้ว่าส่วนไหนในร่างกายที่บวมแดง โดยเราสามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ว่ามีอาการอะไรควบคู่มาบ้างเช่น I feel itchy on my ankle. (ข้อเท้าคัน) หรือ My ankle is stiff and sore (ข้อเท้าแข็งและปวด) เป็นต้น

 

7. ท้องเสีย ท้องผูก

อาการปวดท้องอาจส่งผลให้เกิดอาการตามมา เช่น I’m having diarrhea. (ท้องเสีย) I’m having constipation. (ถ่ายไม่ออก) โดยการปวดท้องจากการกินอาหารแปลกๆในต่างแดน อาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ (food poisoning) ได้ง่ายกว่าปกติ โดยอาการอาจรวมถึงการคลื่นไส้ (I feel nauseous.) อาการเวียนหัว (I feel dizzy.) และอาจมีการอาเจียนตามมา (I have been vomiting for 2 hours. – ฉันอ้วกมาสองชั่วโมงแล้ว)

 

8. มีไข้

เราสามารถพูดว่า I’ve got a fever. (ฉันมีไข้) โดยที่สามารถพูดได้ว่ามีไข้กี่องศา เช่น I have a fever of 39 degrees Celsius. (มีไข้ 39 องศาเซลเซียส) โดยเราสามารถขยายได้อีกว่ารู้สึกอย่างไรตอนเป็นไข้ เช่น I have trouble sleeping. (นอนไม่ได้) I’m sweating all the time. (เหงื่ออกตลอดเวลา) หรือ I feel cold and shivery. (รู้สึกหนาวสั่น)

 

9. มีอาการลงน้ำหนักแล้วเจ็บ

เราสามารถอธิบายได้ว่าส่วนใดของร่างกายเราที่ลงน้ำหนักแล้วเจ็บ เช่น My foot hurts when I put pressure on it. (เท้าของฉันเจ็บเมื่อลงน้ำหนัก) หรือ My arm hurts when I press it. (แขนเจ็บเวลาที่ฉันกด) หรือ This area hurts when I touch it. (ส่วนนี้แค่แตะก็เจ็บแล้ว) เป็นต้น

 

10. บอกเล่าว่าเกิดอาการขึ้นนานแค่ไหนแล้ว 

สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ เราต้องพูดเป็นว่าอาการเกิดขึ้นเมื่อไร เพื่อให้คุณหมอวินัจฉัยได้ถูก เช่น I started experiencing the symptoms one day ago. (ฉันเริ่มมีอาการเหล่านี้หนึ่งวันแล้ว) โดยที่ถ้าเราคิดว่ามันเกิดหลังจากเราไปทำอะไรมา เราก็ควรบอกด้วย เช่น I got this after I …..(มันเกิดขึ้นหลังจากที่ฉัน…)

การสื่อสารเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่เราควรรู้ โดยเฉพาะคนที่กำลังเตรียมเรียนต่อต่างประเทศ นอกจากจะติวภาษาอังกฤษหรือหาโรงเรียนฝึกภาษาก่อนไปนอกแล้ว เราควรฝึกการพูดภาษาอังกฤษที่จำเป็นในชีวิตประจำวันด้วย หวังว่าข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ตั้งใจพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษบ้างนะจ๊ะ

 

   

Related posts

รวม คำศัพท์ภาษาอังกฤษ Gat-Pat 100 คำ ท่องจำให้ขึ้นใจ

เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง การเตรียมสอบก็เช่น สำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังเตรียมตัวเรื่องการสอบ Gat-Pat โดยเฉพาะพาร์ทภาษาอังกฤษ นอกเหนือจากเรื่องรูปประโยคที่เราควรทำความเข้าใจแล้ว การจดจำคำศัพท์เองก็จะช่วยให้เราทำข้อสอบได้ง่ายดายมากขึ้น! 

Read More

Part of speech คืออะไร? สำคัญอย่างไร?

Part of speech ถ้าแปลแบบตรงตัวจะมีความหมายถึง “ส่วนของคำพูด” ซึ่งในการเรียนภาษาอังกฤษนั้น Part of speech...

Read More

ทำความรู้จัก Direct Speech และ Indirect Speech คืออะไร?

เรื่องเกี่ยวกับ Direct และ Indirect Speech เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาหลายคนยังงงๆ กับการใช้อยู่ แต่รู้ไหมว่าถ้าเราเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วล่ะก็ เราจะสามารถเล่าเรื่อง...

Read More
Share via