Web Analytics

No กับ Not ใช้ต่างกันอย่างไร

No กับ Not ใช้ต่างกันอย่างไร

สำหรับมือใหม่ที่เริ่มต้นศึกษาภาษาอังกฤษกันอย่างจริงจัง น่าจะมีคำถามในใจกันไม่มากก็น้อยแน่ๆ ว่า เจ้า No กับ Not แตกต่างกันยังไง? ทั้งๆ ที่เสียงก็ใกล้เคียงกัน แถมใช้ในรูปประโยคปฎิเสธเหมือนกันอีก ไม่ได้ใช้เหมือนกันหรอกเหรอ?  

วอลล์สตรีทอิงลิช บอกเลยว่าทั้งสองคำนี้ แตกต่าง และใช้งานไม่เหมือนกันด้วย! ว่าแล้วก็มาเช็กกันหน่อยดีกว่า ว่าคุณใช้ถูกต้องไหม? หรือจริงๆ แล้ว ใช้ผิดมาตลอดเลยกันแน่นะ ? 

 

 

No ใช้ยังไงกันแน่ ?

สำหรับ No นั้น เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) มีความหมายว่า “ไม่” ในกรณีที่ใช้ตอบคำถามใช่หรือไม่เป็นหลัก เช่น 

Would you like any more cake? (คุณต้องการเค้กอีกไหม)  / No, thank you. (ไม่ล่ะ ขอบคุณ)

 

หรือ ใช้ No เป็นคำคุณศัพท์นำหน้าคำนามเอกพจน์และคำนามพหูพจน์ที่ไม่มีคำนำหน้านาม เพื่อแสดงว่านามนั้นไม่มีจำนวนหรือไม่เฉพาะเจาะจง เช่น

I had to walk home last night because there was no bus. (เมื่อคืนฉันต้องเดินกลับบ้าน เพราะไม่มีรถบัส)

Hurry up! We have no time left. (เร็วเข้า! พวกเราไม่มีเวลาแล้วนะ)

 

ใช้นำหน้า คำกริยาเติม –ing ที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เพื่อสื่อความหมายว่า “ห้าม” เช่น 

No smoking in this area! (ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณนี้)

No playing in parking area! (ห้ามเล่นในพื้นที่จอดรถ)

ให้สังเกตว่า No = ไม่มี ส่วนมากเราจะนำมาใช้สั่งห้าม ต้องไม่มีสิ่งนั้น ไม่ให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นนะ ไม่ให้ทำสิ่งนั้นนี่นะ หรือสิ่งนั้นต้องไม่มีนั่นเอง

 

 

 

 

แล้ว Not ละ ว่าไง ? 

ทำความเข้าใจก่อนว่า Not เป็นกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ถึงจะหมายความว่า “ไม่” แต่ Not จะใช้คู่กับคำกริยา, คำคุณศัพท์ หรือ คำนาม เท่านั้น

ตัวอย่างการใช้ Not ในการนำหน้าคำกริยาหลักเพื่อทำให้เป็นประโยคปฏิเสธ โดยกฎสำคัญเลยต้องมีกริยาช่วย (Auxiliary verb) ไม่ว่าจะเป็น Verb to be, Verb to do, Verb to have, Modal verb มาวางอยู่หน้า not เช่น

I don’t like potato. (ฉันไม่ชอบมันฝรั่งเลย)

I don’t need your help. (ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ)

 

หรือ ถ้าใช้นำหน้าคำนามที่มีคำนำหน้านาม หรือคำนามที่มีคำคุณศัพท์บอกจำนวน (any, much, many, some) ขยายอยู่ เช่น

Not a cloud was in the sky. (ไม่มีเมฆบนท้องฟ้า) 

There was not any food left in the kitchen. (ไม่มีอาหารเหลืออยู่ในครัวนี้แล้ว)

 

ใช้นำหน้าคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) หรือคำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่ออธิบายคำกริยา เช่น

Jame plays the guitar, but not very well. (เจมส์เล่นกีตาร์ แต่มันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย) 

It’s not surprising that she doesn’t want to go. (ไม่แปลกใจเลยที่หล่อนไม่อยากไป) 

 

หรือเราจะใช้ในการตอบกลับสั้นๆ ก็ได้เช่นกัน อย่าง 

Are you going out tonight? (คืนนี้แกจะออกไปข้างนอกไหม?

I’m afraid not. (เกรงว่าจะไม่ได้นี่สิแก)

 

 

ข้อสังเกตพิเศษ จาก  วอลล์สตรีทอิงลิช

จริงอยู่ที่ทั้งสองแยกใช้งานกันอย่างสิ้นเชิง แต่ให้ระวังไว้ดีๆ เพราะทั้งสองใกล้เคียง และใช้งานในลักษณะที่ต่างกันเล็กน้อย เช่น

I have no money. / I don’t have any money. (ฉันไม่มีเงินเลยอ่ะ)

สองประโยคนี้ก็มีความหมายเดียวกันก็จริง แต่ข้อควรระวังคือ อย่าเอาสองคำนี้มาใช้รวมกันเด็ดขาด เช่น I don’t have no money. ถือว่าผิดมากๆ

ให้จำไว้ว่า ถ้าเราจะใช้ no ต้องไม่มี don’t  เพราะ no มีความหมายเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว กริยาจึงต้องเป็นรูปประโยคบอกเล่า แต่ถ้าจะใช้  don’t ก็ห้ามเอา no มาทับซ้อนกัน ให้ใช้แค่ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้นนะ

 

จะเห็นได้ว่า แม้จะใกล้เคียง มีความหมายเหมือนกัน แต่ทั้งสองใช้งานไม่เหมือนกันเลย และ No กับ Not นี่แหละ ที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นคำถามในข้อสอบหลายๆ ที่ ให้ผู้สอบได้จับผิดกันเล่นๆ อยู่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้น รู้ไว้ไม่เสียหายนะ! 

   

Related posts

รวม คำศัพท์ภาษาอังกฤษ Gat-Pat 100 คำ ท่องจำให้ขึ้นใจ

เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง การเตรียมสอบก็เช่น สำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังเตรียมตัวเรื่องการสอบ Gat-Pat โดยเฉพาะพาร์ทภาษาอังกฤษ นอกเหนือจากเรื่องรูปประโยคที่เราควรทำความเข้าใจแล้ว การจดจำคำศัพท์เองก็จะช่วยให้เราทำข้อสอบได้ง่ายดายมากขึ้น! 

Read More

Part of speech คืออะไร? สำคัญอย่างไร?

Part of speech ถ้าแปลแบบตรงตัวจะมีความหมายถึง “ส่วนของคำพูด” ซึ่งในการเรียนภาษาอังกฤษนั้น Part of speech...

Read More

ทำความรู้จัก Direct Speech และ Indirect Speech คืออะไร?

เรื่องเกี่ยวกับ Direct และ Indirect Speech เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาหลายคนยังงงๆ กับการใช้อยู่ แต่รู้ไหมว่าถ้าเราเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วล่ะก็ เราจะสามารถเล่าเรื่อง...

Read More
Share via